compiter-light

จับหนุ่มแสบลวงสาวรุ่นน้องขืนใจในม่านรูด

    เหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 13 เดือนกุมภาพันธ์ปีพศ. 2563 แต่พึ่งมาจับกุมตัวคนร้ายได้เมื่อวันที่ 1 เมษายนปีพศ 2563 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่หญิงสาวคนหนึ่งได้ถูกรุ่นพี่ซึ่งเป็นผู้ชายลวงไปข่มขืนในม่านรูดในขณะที่มีอาการมึนเมา

    ครั้งนี้พ่อของผู้เสียหายได้เป็นคนพาลูกสาวเข้าแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจังหวัดสมุทรสาครโดยเหตุการณ์เกิดขึ้น เนื่องจากผู้เสียหายคือนางสาวเอได้เดินทางไปร่วมงานเลี้ยงวันเกิดของเพื่อนผู้หญิงซึ่งก็คือนางสาวบีโดยมีผู้ก่อเหตุอยู่ในงานเลี้ยงนั้นด้วยเช่นเดียวกันระหว่างที่มีการจัดงานเลี้ยงกันนั้นนางสาวเอได้ดื่มสุราเข้าไปมากแล้วมีอาการมึนเมาทางคนร้ายจึงได้อาสาที่จะพากลับบ้านโดยให้ซ้อนมอเตอร์ไซค์กลับบ้าน

ซึ่งนางสาวเอก็ได้ซ้อนมอเตอร์ไซค์ของคนร้ายแต่ระหว่างทางนั้นคนร้ายได้พาแวะเข้าโรงแรมม่านรูดและบังคับข่มขืนกระทำชำเราหลังจากนั้นก็ขับรถมอเตอร์ไซค์หนีไปปล่อยให้นางสาวเอทิ้งไว้ในโรงแรมม่านรูดคนเดียวหลังจากนั้นนางสาวเอจึงได้โทรตามพ่อให้มารับกลับและเมื่อพ่อของนางสาวเอทราบว่าลูกสาวถูกข่มขืนจึงได้พาเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจหลังจากนั้นก็มีการติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีแต่ก็ไม่สามารถติดตามได้จนเมื่อวันที่ 1 เมษายนพบว่าคนร้ายอยู่ภายในซอยเพชรเกษม 77เขตกรุงเทพมหานคร  ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เข้าตามจับกุมตัวคนร้ายได้ทำการดำเนินคดีในข้อหาข่มขืนกระทำชำเราหญิงสาวที่อายุยังไม่เกิน 15 ปี

  โดยทางผู้ก่อเหตุได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าไม่ได้ข่มขืนกระทำชำเราเนื่องจากในวันเกิดเหตุนั้นได้มีการชักชวนนางสาวเอไปร่วมหลับนอนเป็นการสมยอมของนางสาวเอแต่ว่าไม่ได้มีการข่มขืนอย่างแน่นอนและถึงแม้ว่าจะเป็นการพร้อมใจเข้าโรงแรมของนางสาวเอแต่นางสาวเอยังอายุไม่ถึง 15 ปีดังนั้นผู้ก่อเหตุจึงถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

    ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ควรจะโทษนางสาวเอด้วยซึ่งความจริงแล้วเราไม่รู้ว่านางสาวเอสมยอมหรือว่าโดนข่มขืนจริงๆแต่การที่มางานเลี้ยงเหล้ากินเหล้าจนเมาไม่สามารถประคองตัวเองจนกลับบ้านได้ทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นก็เป็นความผิดของนางสาวเอโดยตรงที่สำคัญนางสาวเอยังไม่ครบ 15 ปีแต่ผู้ปกครองก็ปล่อยให้มางานเลี้ยงของเพื่อนและไม่เดินทางมารับบุตรหลานของตนเองถึงที่บ้านงานอันนี้ก็เป็นความผิดส่วนหนึ่งของผู้ปกครองของนางสาวเอด้วยเช่นเดียวกันจึงทำให้เกิดปัญหานางสาวเอถูกลวงไปข่มขืนได้ในครั้งนี้  ดังนั้นพ่อแม่ควรดูแลบุตรหลานของตัวเองให้ดี โดยเฉพาะหลานสาว ไม่ควรปล่อยออกนอกบ้านคนเดียวในตอนกลางคืน เพื่อลดความเสี่ยงที่จะถูกข่มขืน

 

ได้รับกาสนับสนุนโดย  ufabet

compiter-light

อดีตพนักงานบริษัทเคอรี่ออกมาแฉเอง

     ก่อนหน้านี้ได้มีแม่ค้าคนนึงออกมาใส่ข้อมูลของบริษัทขนส่งแห่งหนึ่งที่นำสินค้าที่เราแม่ค้าเตรียมจะส่งให้กับลูกค้าไปกองไว้กับพื้นโดยไม่มีการนำไปส่งของให้ตามที่มีการรับเรื่องเอาไว้จนลูกค้าต้องโทรมาโวยวายกับแม่ค้าซึ่งทางแม่ค้าเองก็ได้เดินทางไปที่บริษัทขนส่งดังกล่าวเพื่อเช็คของหนึ่งพบว่าสินค้าไม่ได้ถูกส่งไปให้ลูกค้าแต่ถูกกับประคองทิ้งไว้ที่โกดังของบริษัทขนส่งดังกล่าว

และเมื่อเหตุการณ์นี้ได้มีการแชร์ออกต่อๆกันไปก็มีคนเข้ามาพูดว่าคนส่งดังกล่าวนั้นเป็นของบริษัทเคอรี่ซึ่งรับส่งพัสดุจากแม่ค้าส่งถึงลูกค้าหลายคนจึงได้ออกมาต่อว่ากันทำงานของพนักงานขนส่งของเคอรี่ดังนั้นหลังจากที่มีการต่อว่าออกมามากนักจึงมีอดีตพนักงานที่เคยทำงานกับบริษัทเคอรี่ออกมาเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับเหตุผลว่าทำไมพนักงานของบริษัทเคอรี่จึงมีน้อยและตอนนี้ก็มีการทยอยลาออกกันเป็นจำนวนมาก

โดยเขามีการโพสต์ข้อความลง Facebook ส่วนตัวอธิบายถึงเรื่องราวว่าในตอนนี้บริษัทขนส่งเคอรี่นั้นได้มีการจ้างบริษัทอื่นมาควบคุมการทำงานของพนักงานและบริษัทที่ได้รับจ้างมานี้ก็มีการกดขี่ข่มเหงพนักงานเป็นอย่างมากโดยรถคำนวณโอทีของพนักงานคลังสินค้าลงแต่ให้พนักงานขนส่งสินค้าเพิ่มโอทีแทนซึ่งจากเดิมที่รถขนส่งสินค้าให้กับลูกค้าจะต้องส่งสินค้าวันละ 50-60 กล่อง

แต่ตอนนี้ทางบริษัทมีการเพิ่มจำนวนสินค้าว่ารถขนส่งสินค้าจะต้องมีการส่งสินค้าให้ได้วันละ 100 ถึง 200 กล่องซึ่งมันเป็นไปค่อนข้างยากมากที่จะมีการส่งของได้เยอะมากขนาดนั้นแถมค่าคอมมิชชั่นก็ยังให้น้อยโดยทุกคนจะได้ไม่เกิน 1,000 บาทในขนาดที่หากเทียบกับบริษัทอื่นแล้วค่าคอมมิชชั่นของบริษัทอื่นได้มากกว่าเงินเดือนของพนักงานเคอรี่เลยด้วยซ้ำดังนั้นหลายคนจึงมองว่าทำงานหนักมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า

และยังต้องเสี่ยงที่จะต้องติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่ทางผู้บริหารกลับไม่เห็นใจปรับลดเงินเดือนพนักงานลง  แถมยังใช้ให้ทำงานหนักมากขึ้นอีกด้วยดังนั้นหลายคนจึงทยอยลาออกกันเป็นจำนวนมากที่สำคัญพนักงานที่สมัครงานเข้ามาใหม่ก็ไม่ยอมบรรจุให้สักทีโดยมีอ้างเลื่อนไปเป็น 6 เดือนบรรจุพอ 6 เดือนก็เลื่อนไปเป็นสิบเป็นจุดทำให้หลายคนรู้สึกไม่พอใจกับการบริหารงานของบริษัทจึงพากันลาออกเพราะหากไม่บรรจุเป็นพนักงานประจำสวัสดิการต่างๆก็จะไม่ได้รับรวมถึงค่าแรงก็จะได้แค่เพียงวันละ 330 บาทเท่านั้นซึ่งไม่คุ้มกับงานที่กำลังมีมากมายอยู่ในขณะนี้

       นี่เป็นเสียงสะท้อนของพนักงานที่ทำงานให้กับบริษัท kerry และอธิบายถึงเหตุผลว่าทำไมหลายคนจึงต้องพากันลาออกหากเทียบกับบริษัทขนส่งอื่นๆที่พนักงานของเขาจะได้รับเงินเดือนที่มากกว่าด้วยของที่เคอรี่นี้มีคนให้ข้อมูลว่าทั้งทำงานและทำโอทีแล้วเงินก็ยังได้เดือนละไม่เกิน12,000 บาทเลยซึ่งถือว่าน้อยมากเทียบกับที่อื่น

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เว็บพนันบอลฝากขั้นต่ำ 100  

compiter-light

จังหวัดภูเก็ตอ่วมหนัก หมอกว่า 100คนถูกกักตัว

จังหวัดภูเก็ตอ่วมหนัก หมอกว่า 100คนถูกกักตัวเพราะคนไข้ปิดบังข้อมูลโควิด-19

     ที่จังหวัดภูเก็ตกำลังประสบปัญหานายแพทย์จำนวนกว่า 100 คนต้องกักตัวเองเป็นระยะเวลา 14 วันเพราะเพิ่งรู้ว่าผู้ป่วยที่มารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19และปัจจุบันเสียชีวิตแล้วโดยที่ก่อนหน้านี้ได้เข้ามารักษากับนายแพทย์โดยที่ไม่ยอมบอกข้อมูลว่าตนเองเป็นผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19มาก่อนทำให้นายแพทย์และพยาบาลทั้งโรงพยาบาลจำเป็นต้องกักตัวเองเป็นระยะเวลา 14 วัน 

   เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เนื่องจากมีผู้ป่วยรายหนึ่งเป็นนักท่องเที่ยวชาวฮังการีเข้ามารักษาตัวที่โรงพยาบาลด้วยอาการรถล้ม ในระหว่างที่มีการนำตัวมารักษาที่โรงพยาบาลนั้นทางผู้ป่วยชาวฮังการีไม่ได้แจ้งอาการกับทางเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลว่าตนเองมีประวัติเป็นบุคคลที่อยู่ในกลุ่มความเสี่ยงในการแพร่เชื้อโควิด-19  ซึ่งหลังจากที่ผู้ป่วยเข้ามารับการรักษาก็มีเพื่อนๆเดินทางมาเยี่ยมและหนึ่งในเพื่อนที่เดินทางมาเยี่ยมนั้นเดินทางมาจากหาดป่าตองตรงซอยบางลา 

ซึ่งที่นี่มีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19เป็นจำนวนมากดังนั้นเมื่อคุณหมอทราบเรื่องจึงได้มีการสอบถามผู้ป่วยและพบว่าผู้ป่วยเป็นคนในพื้นที่ของซอยบางลาโดยอาศัยอยู่ที่ซอยนั้นประมาณ 2 อาทิตย์ด้วยกันและก่อนที่จะมาอยู่ที่ประเทศไทยก็เพิ่งเดินทางมาจากประเทศมาเลเซียด้วยเมื่อคุณหมอได้ทราบเรื่องราวก็ได้นำตัวชายชาวฮังการีไปทำการตรวจหาเชื้อโควิด-19ซึ่งผลปรากฏออกมาพบว่าชายคนดังกล่าวติดเชื้อไวรัสโควิด-19และหลังจากทราบผลได้ไม่นานใช้คนดังกล่าวก็เสียชีวิตลงในวันที่ 3 เดือนมีนาคมปีพศ 2563 

ซึ่งหลังจากที่กระทรวงสาธารณสุขประจำจังหวัดภูเก็ตทราบเรื่องต่างก็พากันวิตกกังวลถึงคุณหมอและพยาบาลที่มีการเข้ามาดูแลรักษาผู้ป่วยรายดังกล่าวจึงได้มีการประชุมปรึกษาหารือกันว่าจะต้องมีการกักตัวเจ้าหน้าที่ที่น่าจะมีความเสี่ยงในการที่จะติดเชื้อโควิด-19กับผู้ป่วยรายดังกล่าวซึ่งพบว่ามีทั้งสิ้น 112 คนด้วยกันโดยในจำนวน 112 คนนี้มีแค่เพียง 8 คนเท่านั้นที่มีความเสี่ยงน้อยที่สุดส่วนที่เหลือพบว่ามีความเป็นไปได้สูงมากที่จะมีการติดเชื้อไวรัสโควิด-19จับผู้ป่วยดังนั้นจึงต้องมีการกักตัวคุณหมอทั้งสิ้น 104 คนเป็นระยะเวลา 14 วันเพื่อรอดูอาการซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้โรงพยาบาลต้องสูญเสียบุคลากรที่จะต้องมาดูแลผู้ป่วยมากถึง 112 คน

ทำให้คุณหมอและพยาบาลต่างก็พากัน ออกมาโวยวายถึงผู้ป่วยที่ไม่ยอมบอกว่าตนเองเป็นบุคคลในกลุ่มเสี่ยงที่อาจจะแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19ทำให้คุณหมอและพยาบาลต่างพากันเดือดร้อนซึ่งนอกจากจะต้องมีการกักตัวหมอและพยาบาลร้อยกว่าคนนี้แล้วยังต้องเฝ้าระวังไปถึงบุคคลในครอบครัวของหมอและพยาบาลอีกด้วยดังนั้นจึงฝากประชาสัมพันธ์ผู้ป่วยทุกคนที่จะไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลว่าให้เปิดเผยข้อมูลอย่าปิดบังข้อมูลเด็ดขาดเพราะส่งผลกระทบถึงอีกหลายคนเป็นจำนวนมาก 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   เล่นบาคาร่าออนไลน์ฟรี

compiter-light

ลูกสาวของผู้อำนวยการสุวรรณภูมิได้โพสต์ข้อความด่า

ลูกสาวของผู้อำนวยการสุวรรณภูมิได้โพสต์ข้อความด่าพลเอกประยุทธ์จันทร์โอชา 

ได้มีข่าวออกมาว่าผู้อำนวยการของสุวรรณภูมิได้ทำการยื่นเอกสารเพื่อที่จะลาออกจากที่ทำงานหลายคนเข้าใจว่าอาจจะเป็นเพราะว่าเขาไม่ต้องการที่จะรับผิดชอบและไม่ต้องการให้ทำงานเกี่ยวข้องกับเรื่องของผีน้อยยังมีข่าวลือมาอีกว่ามีกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ของสายการบินสุวรรณภูมิแห่งนี้ได้ยื่นเอกสารขอลาออกกับทางสนามบินสุวรรณภูมิเช่นกันและลูกสาวของผู้อำนวยการที่สุวรรณภูมิได้ออกมาโพสต์จากพลเอกประยุทธ์จันทร์โอชาซึ่งหลังจากที่เธอได้โพสต์ข้อความด่าก็มีคนแชร์ข้อความด่าของเธอไปทั่วประเทศจนตอนนี้เป็นข่าวที่โด่งดังมาก เธอได้กล่าวไว้ว่าพ่อของเธอนี่เป็นผู้อำนวยการสุวรรณภูมิที่ลาออกนั้นก็เพราะว่าทางรัฐบาลไม่ได้ยื่นมือมาช่วยเหลือกับการตรวจผีน้อยเลยแม้แต่นิดเดียว

และต้องขอบอกเลยว่าพ่อของเธอนั้นคือคนที่เสี่ยงติดเชื้อไวรัส Covid 19 ไม่ใช่รัฐบาลดังนั้นอย่างน้อยรัฐบาลควรจะให้ความร่วมมืออากาศข่าวดังแถลงข่าวทำเท่คำว่าจะจัดการเรื่องราวที่เกิดขึ้นแต่ก็ไม่ได้ช่วยกู้สถานการณ์ไวรัส Covid 19 เลยแม้แต่นิดเดียวเธอยังบอกว่าให้เธอกล่าวว่าพ่อของเธอเสี่ยงต่อการติดไวรัส Covid 19 งั้นก็เพราะว่าทางรัฐบาลได้เอาหน้ากากอนามัยไปไว้กับตัวเองจนหมดทำให้พ่อของเธอไม่มีหน้ากากอนามัยไว้ใช้ทำให้มีโอกาสเสี่ยงติดไวรัส Covid 19 มากกว่าที่รัฐบาลจะมีโอกาสเสี่ยงติดซะอีก

ฉันเธอยังบอกอีกว่าทางรัฐบาลที่ทางโรงงานตั้งใจจะขายให้กับประชาชนเอาไปไว้เป็นของตัวเองและทำแสร้งกันดีว่า ตัวเองตั้งใจจะขายและรับความดีความชอบเป็นของตัวเองทั้งหมดซึ่งทางรัฐบาลตั้งใจที่จะเก็บหน้ากากไว้เยอะๆและก็เอาไปขายทีเดียวเลยจะได้ดูเป็นว่าเป็นคนดีและช่วยกู้สถานการณ์ไวรัส Covid 19 ได้อย่างมีเหตุผลแต่จากการที่ทางรัฐบาลเก็บหน้ากากอนามัยไว้กับตัวเองนั่นทำให้ขณะที่รัฐบาลกำลังอ้างว่าเก็บหน้ากากไว้เพื่อที่จะกู้สถานการณ์และจะเอาหน้ากากมาให้ทุกคนทันทีเมื่อมีมากพอสำหรับคนทั้งประเทศแต่ในขณะเดียวกันคนทั้งประเทศ

ก็เริ่มที่จะติดโรคไวรัส Covid 19 กันทุกที ซึ่งเธอยังบอกอีกว่าเธอเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยซึ่งจริงๆแล้วเธอไม่สนใจเรื่องประเทศชาติหรือเรื่องเกี่ยวกับการเมืองเลยสักนิดเดียวแม้ 1 เปอร์เซ็นต์เธอก็ยังไม่สนใจแต่เมื่อรู้ว่าพ่อของเธอมีปัญหาเกี่ยวกับการที่ทางรัฐบาลไม่ช่วยเหลือการทำงานของพ่อของเธอเลยทำให้เธอรู้สึกว่าครั้งนี้เธอไม่สามารถที่จะทนได้และเธอจำเป็นที่จะต้องระบายมันออกมาจริงๆและอยากให้ทุกคนได้รู้ว่ารัฐบาลทำยังไงต่อหน้าประชาชนและทำยังไงลับหลังประชาชน

 

ขอบคุณที่ให้การสนับสนุนโดย  บาคาร่าออนไลน์

compiter-light

2สิ่งที่ก่อให้เกิดเชื้อโควิด

2สิ่งที่ได้เกิดมาจากการทฤษฏีสมคบคิดจากไวรัสโควิด19ที่ได้เกิดขึ้นมา

อินเตอร์เน็ต5G

WUHANเป็นหนึ่งเมืองแรกๆของจีนที่ได้รับอินเตอร์เน็ต5Gและมันก็เป็นเมืองเดียวกันกับที่ไวรัสโควิด-19ปรากฏตัวครั้งแรกสิ่งนี้เป็นเรื่องที่บังเอิญหรือไม่แต่ยูทูปเปอร์อย่างDana Ashlieเธอก็ยังได้บอกอีกว่ามันไม่ใช่เรื่องที่มันบังเอิญอย่างแน่นอนDana Ashlieยังเชื่ออีกว่าไวรัสโควิด-19ได้เกิดมาจากคลื่นรังสีที่ได้ถูกปล่อยออกมาจากคลื่นอินเตอร์เน็ต5Gโดยเธอนั้นยังได้อ้างว่าได้มีรายงานการวิจัยที่มีอายุกว่า2ศตวรรษซึ่งได้เปิดเผยว่า5Gนั้นได้เป็นอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์โดยDana Ashlieยังได้กล่าวอีกว่าไวรัสโควิด-19คือพิษที่เกิดจากรังสี

ซึ่งเธอได้บอกว่ามันจะทำให้ระบบภูมคุ้มกันอ่อนแอร์ลงและจะทำให้คนอ่อนแอต่อโลกเพราะว่าผู้คนส่วนใหญ่ที่ไม่เห็นด้วยกับเธอได้บอกว่าDana Ashlieเป็นนักทฤษฏีสมคบคิดคนหนึ่ง ซึ่งพวกเขาได้บอกว่ารายงานวิจัยในปี2,000ที่เธอได้หยิบยกมานั้นมันไม่ได้มีความน่าเชื่อถือและจากการศึกษาในปี2005ก็ได้พิสูจน์ว่า5Gไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์อีกทั้งพวกเขายังชี้ให้เห็นถึงความจริงที่ว่าWUHANเป็นเพียงหนึ่งใน16เมืองของจีนที่ได้รับอินเตอร์เน็ต5Gในเวลาเดียวกัน

รัฐบาลจีน

นักทฤษฏีสมคบคิดบางคนเชื่อว่าจีนได้สร้างไวรัสโควิด2019ขึ้นมาซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมอาวุธชีวภาพโดยพวกเขาบอกว่าไวรัสนั้นได้เกิดการรั่วไหลออกมาจากห้องปฏิบัติการณ์และได้ทำให้เกิดการแพร่ระบาดหห้องปฏิบัติการณ์ที่ทำการสร้างไวรัสโควิด19คือห้องปฏิบัติการณ์ความปลอดภัยทางชีวภาพแห่งชาติมันเป็นห้องปฏิบัติการที่มีทางรัฐบาลจีนเป็นเจ้าของซึ่งเป็นสถานที่ที่ทำผลของการวิจัยที่เกี่ยวกับไวรัสรายแรงได้อีกทั้งห้องปฏิบัติการณ์ดังกล่าวก็เป็นส่วนหนึ่งของสถาบันไวรัสวิทยา อู่ฮั่น ซึ่งได้ตั้งอยู่ในอู่ฮั่นเมื่องเอกของมณฑลหูเป่ยของจีนและดังที่เรานั้นรู้กันดี อู่ฮั่น คือเมืองแรกที่เกิดการระบายของโควิด19ทฤษฏีสมคบคิดนี้ได้เกิดขึ้นจากของแถลงการของประธานาธิบดี สีจิ้นผิง

หลังจากที่เกิดการระบาดของไวรัสเขาได้กล่าวว่าความปลอดภัยของห้องปฏิบัติการถือเป็นปัญหาระดับชาติ ซึ่งในวันต่อมากระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของจีนก็ได้มีการออกคำสั่งเกี่ยวกับวิธีการปลอดภัยภายในห้องปฏิบัติการณ์เพื่อป้องกันการรั่วไหลของไวรัสอีกทั้งนักทฤษฏีสมคบคิดยังได้บอกอีกว่าได้เคยมีไวรัสที่รั่วไหลออกมาจากห้องปฏิบัติการณ์ของจีน ซึ่งได้เป็นไวรัสที่ร้ายแรงที่จะทำให้เกิดอาการทางเดินหายใจอย่างเฉียบพลันอย่างรุนแรงหรือว่าโรคสาดที่ได้มีการรั่วไหลออกมาประมาณจำนวนถึง2ครั้ง

 

compiter-light

โค้งอันตราย ที่สะพานพระราม 4 กู้ภัยบอกตายปีละศพ 

  เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ชาวบ้านในบริเวณสะพานพระราม 4 ต้องตื่นตระหนกตกใจกันเป็นอย่างมากเมื่อมีร่างลอยละลิ่วของชายคนหนึ่งร่วงลงมาสู่พื้นซึ่งจากการตรวจสอบในพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจและกู้ภัยที่ลงไปในพื้นที่ดังกล่าวพบว่าชายดังกล่าวเป็นพลทหารซึ่งขับรถจักรยานยนต์ผ่านมาเส้นทางพระราม 4 แล้วมาด้วยความเร็วเป็นส่งผลให้ขับรถหลุดโค้งและล่างได้ร่วงลงมาใต้สะพานจึงทำให้ถึงแก่ความตายเหตุการณ์ในครั้งนี้

เกิดขึ้นที่จังหวัดนนทบุรีตรงบริเวณสะพานพระราม 4 ซึ่งผู้ที่เสียชีวิตนั้นเป็นพลทหารชื่อว่า กฤษนัย อายุประมาณ 22 ปี โดยคนที่เห็นเหตุการณ์ครั้งแรกคือนายทักษิณในซึ่งมีอาชีพขับรถวินมอเตอร์ไซค์อยู่ตรงบริเวณนั้นเขาเล่าว่าเมื่อประมาณตอน 22:00 นเขากำลังนั่งอยู่ที่วินก็รอผู้โดยสารมาใช้บริการแต่อยู่ๆเขาก็ได้ยินเสียงดังโครมคราม

ซึ่งเสียงนั้นมาจากทางด้านบนสะพานพระราม 4 และเมื่อเขามองขึ้นไปด้านบนก็เห็นร่างของคนกำลังลอยแล้วลื่นตกลงมาโดยลักษณะของการตกเป็นการตกโดยหน้าคว่ำลงมาเมื่อวินมอเตอร์ไซค์คนดังกล่าววิ่งไปดูก็พบว่าชายคนดังกล่าวได้เสียชีวิตแล้วซึ่งเขาได้ทำการโทรแจ้งกู้ภัยให้เข้ามา ในพื้นที่เกิดเหตุพร้อมทั้งประสานงานทางเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เดินทางมาที่เกิดเหตุด้วย  ทางวินมอเตอร์ไซค์ได้บอกกับทางผู้สื่อข่าวว่าภาพที่ตนเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดนั้นไม่ได้รู้สึกตกใจอะไรเพราะบริเวณนี้มักจะพบปัญหาคนประสบอุบัติเหตุบ่อยเนื่องจากว่าเป็นลักษณะของทางโค้งซึ่งถ้าหากใครไม่คุ้นชินกับทางแล้วขับรถมาเร็วๆ

อาจจะขับรถหลุดโค้งได้และอีกอย่างหนึ่งทางวินมอเตอร์ไซค์เองก็เคยทำงานกู้ภัยมาก่อนจึงไม่ได้กลัวที่จะเห็นศพหรือเหตุการณ์อุบัติเหตุต่างๆ สำหรับของตรงนี้ทางผู้ขายได้บอกว่ามักจะประสบอุบัติเหตุเป็นประจำหากคนที่ขับรถมาขับรถด้วยความเร็วเนื่องจากว่าตรงนี้เป็นโค้งโดยคนที่ประสบอุบัติเหตุส่วนใหญ่มักจะเป็นคนที่ไม่คุ้นชินกับการขับรถมาเส้นทางนี้

ดังนั้นส่วนใหญ่ก็ตามมาด้วยความเร็วแล้วไม่ทันระวังจะเจอโค้งก็เลยทำให้ประสบอุบัติเหตุและส่วนใหญ่ก็มักจะตกลงสะพานซึ่งการกู้ภัยเองมองว่านี่ไม่ได้เกิดจากตัวตายตัวแทนได้อย่างไรและมักเกิดจากความประมาทของตัวมนุษย์เองที่ขับรถมาด้วยความเร็วและไม่ทันระมัดระวังอย่างไรก็ดีการกู้ภัยและประชาชนที่อยู่ในบริเวณนั้นต่างก็ออกมาเรียกร้องให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับถนนตรงพระรามสี่นี้ได้มีการมาแก้ไขสะพานตรงพระราม 4 ไม่มีการทำที่กั้นทางเผื่อว่าในครั้งต่อไปมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นผู้ที่ขับขี่รถและมาประสบอุบัติเหตุจะได้ไม่กระเด็นตกสะพานจนถึงแก่ความตาย

 

compiter-light

ข่าวสาวฉีดฟิลเลอร์แล้วหวิดตาบอด

      มีหญิงสาวคนหนึ่งใช้ชื่อว่าคุณตูนได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊กส่วนตัว เล่าเรื่องที่ไปฉีดฟิลเลอร์ที่หน้าแล้วมีการอักเสบต้องผ่าออกหวิดทำให้ตาบอดเพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้เพื่อนๆในกลุ่มเฟสของตน เป็นการเตือนก่อนที่จะไปทำหน้าที่ไหนให้ศึกษาข้อมูลของคลีนิกที่จะไปใช้บริการให้ดี โดยคุณตูนได้เล่าว่า

           คุณตูนตัดสินใจไปฉีดฟิลเลอร์ที่หน้าหลายจุด จึงไปฉีดที่คลินิกแถวโชคชัย 4 ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยไปมาแล้ว และครั้งนี้เป็นการไปฉีดเป็นครั้งที่ 2 โดยหลังจากฉีดเรียบร้อยแล้วคุณตูนสังเกตเห็นว่าใต้ตายังบวมและแดงอยู่มาก จึงได้โทรไปคลีนิกที่ไปทำหน้ามาแต่ทางคลีนิกบอกให้รอ จนคุณตูนรอไม่ไหวจึงไปคลินิกอื่นเพื่อดูออก โดยไปมาทั้งหมด 2แห่งหมดเงินไปประมาณสองหมื่นบาท แต่ก็ยังไม่ดีขึ้นจึงโทรกลับไปที่คลินิกเดิม ทางเจ้าหน้าที่คลินิกจึงรับผิดชอบด้วยการผ่าตัดออกให้ โดยเสียค่าใช้จ่ายประมาณ หกหมื่นบาท และทางคลินิกยืนยันจะออกให้ทั้งหมด ซึ่งเมื่อผ่าออกมาแล้วคุณหมอที่ทำการผ่าได้บอกสาเหตุที่มีอาการบวมแดงว่าเกิดจากฟีลเลอร์คุณภาพต่ำ คนที่ฉีดก็ไม่มีความรู้ความสามารถมากพอ จุดที่ฉีดก็เป็นจุดเสี่ยงถ้าฉีดพลาดนิดเดียวตาอาจบอดได้เลย ทำให้คุณตุนต้องออกมาเตือนให้เพื่อนๆให้ระวังหากจะไปฉีดหน้า

          สำหรับข่าวเรื่องการทำความสวยความงามและออกมาหน้าพัง หลังๆนี้มีบ่อยไม่ว่าร้านที่ไปทำจะดูดีแค่ไหน แต่พอตรวจค้นภายในร้านแล้วก็จะเห็นว่าทางร้านมักจะมีการนำของดีมีคุณภาพมาปนกับของคุณภาพต่ำให้ลูกค้าใช้ เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่าย เพื่อให้ทางคลินิกมีกำไรเยอะๆ แต่มันเป็นการเสี่ยงต่อการเสียโฉมของลูกค้ามาก ก่อนหน้านี้ก็เคยมีเรื่องคลีนิกเสริมความงามของภรรยานักร้องดัง ทำให้หน้าของลูกค้าเสียโฉมเพราะใช้ของคุณภาพต่ำเช่นเดียวกันขนาดดูดีแล้วว่าเป็นร้านของไฮโซดัง ก็ยังใช้ของที่ไม่ได้มาตรฐานเพียงเพราะต้องการให้มีกำไรสูง โดยไม่สนใจว่าผู้ใช้บริการจะเสียหายอย่างไร

         สำหรับใครที่ชื่นชอบการเข้าร้านเสริมความงามหรือกำลังคิดจะไปทำหน้าฉีดโน่นนี่นั่น ก็ควรหาข้อมูลของคลีนิกที่จะไปให้ระเอียด ลองดูว่ามีคนมารีวิวไว้อย่างไรดีหรือไม่ เพื่อประกอบการตัดสินใจ อย่าเพิ่งหลงเชื่อคำโฆษณาของทางร้านหรือโปโมชั้นที่ทางร้านบอกว่าจะลดราคาให้ เพราะใบหน้าถ้าเสียหายแล้วแก้ไขกลับมาให้ดียาก

          

compiter-light

พบชายเสื้อดำ เอาน้ำลายป้ายภายในลิฟต์ของ รถไฟฟ้า BTS

    มีผู้ใช้เฟสบุ๊กรายหนึ่งได้มีการเผยแพร่คลิปวีดิโอ เกี่ยวกับชายคนหนึ่งที่แต่งกายด้วยเสื้อกล้ามสีดำ และสวมใส่กางเกงสีแดง เดินเข้ามาภายในลิฟต์ของ สถานีรถไฟฟ้าแห่งหนึ่งและนำมือล้วงเอาน้ำลายมาป้ายภายในบริเวณลิฟต์ ไม่ว่าจะเป็นปุ่มกด  และตามประตูและผนังของลิฟต์ ซึ่งหลังจากที่มีกาารเผยแพร่คลิปนี้ออกไป ชาวโชเซียลก็ได้ตามหาข้อมูลนี้ว่าเหตุเกิดที่ไหน ซึ่งพบว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นที่ประเทศไทยของเรานี่เองและสถานที่ที่อยู่ในคลิปดังกล่าวก็คือสถานีรถไฟฟ้า BTS สถานีสนามกีฬาแห่งชาติเดินทางบริษัทรถไฟฟ้า BTS ได้ออกมาเผยข้อมูลให้ทราบว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 เดือนมีนาคมปีพศ 2563 นี้เอง

โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงเวลาประมาณ 05:23 นาทีซึ่งทางเจ้าหน้าที่ของสถานีรถไฟฟ้าได้มีการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่ามีชายชาวไทยคนหนึ่งเดินเข้าไปในลิฟท์ดังกล่าวและเมื่ออยู่ในลิฟท์ก็ไม่ได้มีการนำน้ำลายมาป้ายตามผนังลิฟท์ประตูและปุ่มกดของลิฟท์เหมือนกับจะเป็นการต้องการแพร่เชื้อไวรัสโคโรน่าให้กับคนอื่นซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ของสถานีรถไฟฟ้า BTS เห็นภาพในลิฟท์ที่ถ่ายจากกล้องวงจรปิดก็ได้เดินมาหาชายคนดังกล่าวเพื่อทำการสอบถามถึงสาเหตุที่กระทำการในครั้งนี้เมื่อใช้คนดังกล่าวเห็นทางเจ้าหน้าที่เดินเข้าไปใกล้ก็วิ่งหนีโดยใช้คนดังกล่าววิ่งหนีไปทางถนนพระรามหนึ่ง  เจ้าหน้าที่ของรถไฟฟ้า BTS จึงได้ประสานงานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อทำการให้ติดตามจับกุมตัวชายคนดังกล่าวเนื่องจากว่าเป็นการกระทำที่สร้างผลกระทบให้กับประชาชนคนไทยที่มาใช้บริการที่สถานีรถไฟฟ้า

    จากเหตุการณ์นี้เองทางบริษัทรถไฟฟ้า BTS ได้มีการออกมาประชาสัมพันธ์ผ่านทาง facebook ส่วนตัวของทางสถานีโดยมีการแจ้งข้อมูลให้กับผู้โดยสารที่มาใช้บริการของรถไฟฟ้า BTS ว่าให้มั่นใจในความปลอดภัยว่าสถานีมีการควบคุมการแพร่ระบาดเชื้อโรคและมีการป้องกันอย่างแน่นหนาโดยทางสถานีเองได้มีการนำน้ำยาฆ่าเชื้อมาฉีดพ่นตามจุดต่างๆทั่วบริเวณทั้งสถานีทุกๆ 1 ชั่วโมงรวมถึงมีการนำเจลล้างมือมาไว้ให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการรถไฟฟ้า BTS ใช้ในการล้างมือทั้งขาเข้าและขาออกดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่าหากมาใช้บริการที่สถานีรถไฟฟ้า BTS ผู้โดยสารจะปลอดภัยแน่นอนขบวนรถไฟเองก็มีการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อทุก 1 ชั่วโมงเช่นเดียวกัน 

     สมชายคนที่มีการนำน้ำลายไปป้ายในสถานีรถไฟฟ้า BTS นั้นปัจจุบันยังไม่ทราบว่าเป็นใครแต่มีภาพจากกล้องวงจรปิดซึ่งเห็นหน้าอย่างชัดเจนซึ่งทางเจ้าหน้าที่รถไฟฟ้า BTS ได้นำภาพดังกล่าวไปให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานงานตามตัวมาลงโทษแล้วคงต้องดูว่าชายคนดังกล่าวที่ทำไปเนื่องจากสาเหตุอะไรเป็นคนจิตใจไม่ปกติหรือว่าตั้งใจที่จะกระทำเพราะถ้าหากป่วยก็จะต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อทำการรักษาแต่ถ้าหากเป็นการตั้งใจทำก็จะต้องรับโทษตามกฎหมายต่อไป 

 

compiter-light

ชาวบ้านหนีตายจ้าละหวั่น

คนร้ายค้ายารัวปืนใส่ตำรวจใกล้ห้างบิ๊กซีที่จังหวัดบุรีรัมย์ ชาวบ้านหนีตายจ้าละหวั่น

      ได้มีรายงานด่วนเข้ามาว่าขณะนี้ที่จังหวัดบุรีรัมย์มีคนร้ายที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดได้ทำการยิงปะทะกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เดินทางมาจากกรุงแถวบริเวณใกล้ๆกลับห้างบิ๊กซีทำให้ประชาชนที่อยู่บริเวณใกล้เคียงต้องหนีตายกันจ้าละหวั่นเพราะหวาดกลัวว่าจะโดนลูกหลงไปด้วย

     ตามรายงานข่าวสำนักข่าวไม่ว่าจะเป็นสื่อออนไลน์หรือตามสื่อทีวีต่างๆมีรายงานเข้ามาว่าเมื่อวันที่ 17 เดือนมีนาคมปีพศ 2563 มีเหตุยิงกันเกิดขึ้นระหว่างคนร้ายที่รักลอบขนยาเสพติดกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยิงปะทะกันช่วงเวลาประมาณ 17:00 นโดยการมีการยิงไล่ล่ากันตรงบริเวณห้างบิ๊กซีของจังหวัดบุรีรัมย์ซึ่งบริเวณดังกล่าวมีประชากรจังหวัดบุรีรัมย์เป็นจำนวนมากที่พากันเดินทางมาจับจ่ายซื้อของที่ห้างบิ๊กซีแห่งนี้และในขณะเกิดเหตุที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและคนร้ายค้ายาเสพติดทำการยิงด่วนกันนั้นชาวบ้านที่อยู่บริเวณนั้นต่างก็วิ่งหนีตายกันจ้าละหวั่นก็กลัวว่าจะถูกกระสุนปืนไม่ว่าจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือว่าจากทางคนร้ายก็ตามซึ่งล่าสุดสำนักงานข่าวได้รายงานเข้ามาว่าเหตุการณ์ยิงกันดังกล่าวได้สิ้นสุดลงแล้วและทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถยิงคนร้ายได้จนถึงแก่ความตาย

     โดยรายละเอียดของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเกิดจากว่าคนร้ายได้ลักลอบมาส่งของที่บริเวณห้างบิ๊กซีจังหวัดบุรีรัมย์แต่ละวันที่กำลังส่งของกันนั้นบังเอิญว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจผ่านมาเห็นเข้าพอดีคนร้ายตกใจจึงวิ่งหนีออกมาซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็วิ่งตามเพื่อจับกุมคนร้ายแต่ระหว่างนั้นเองคนร้ายก็ได้มีการยิงปืนใส่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เกิดปะทะกันเกิดขึ้นแล้วเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจยิงคนร้ายจนถึงแก่ความตายในเวลาต่อมาซึ่งจากการสำรวจพื้นที่แล้วไม่มีประชาชนได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใดมีเพียงคนร้ายเท่านั้นที่เสียชีวิต

      จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ทำให้เรารู้สึกได้ว่าการเดินทางไปยังห้างสรรพสินค้าไม่ใช่เรื่องที่ปลอดภัยอีกต่อไปเพราะหลายครั้งในรอบตั้งแต่ต้นปีที่ผ่าน หรือว่ามักจะมีเหตุการณ์ยิงกันในห้างหรือบริเวณใกล้ๆห้างอยู่เป็นประจำจนทำให้ผู้คนต่างหวาดกลัวที่จะพากันเดินไปจับจ่ายใช้สอยซื้อสินค้าภายในห้างซึ่งที่เองที่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ห้างสรรพสินค้ามียอดคนเข้าไปซื้อของน้อยลงและประชาชนเริ่มมีการกักตุนสินค้าไว้ที่บ้านนอกจากจะต้องกลัวอันตรายจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19แล้วยังต้องมากลัวว่าจะโดนลูกหลงจากเหตุการณ์ยิงกันภายในห้างอีกด้วย ดังนั้นทางที่ดีในช่วงเวลานี้ประชาชนอย่างเราๆจึงไม่ควรที่จะออกไปไหนเลยควรจะพักผ่อนอยู่แต่ในบ้านเท่านั้นซึ่งบริษัทต่างๆอาจจะต้องเริ่มหาลู่ทางให้พนักงานทำงานที่บ้านเพื่อที่พนักงานจะได้ไม่ต้องเสี่ยงออกไปเจอเชื้อไวรัสนอกบ้านรวมถึงไม่ต้องเสี่ยงที่จะต้องออกไปเจอเหตุการณ์ยิงกันตามห้างต่างๆอีกด้วย 

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  gclub

compiter-light

ลูกสาวบรรยินตั้งภากรณ์ถูกจับพบเสพยาอีและมีฉี่สีม่วง

มีรายงานข่าวเข้ามาว่าเมื่อวันที่ 9 เดือนมีนาคม ปีพ.ศ. 2563

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ของ สน. ทองหล่อได้มีการตั้งด่านตรวจจับรถยนต์บนท้องถนนปกติ ปรากฏว่ามีรถเบนซ์สีขาว ขับผ่านมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เรียกตรวจและขอทำการค้นรถ ซึ่งในรถคันดังกล่าวมีคนนั่งมารวม 3 คนและหนึ่งในนั้นคือ  นางสาว บุษญา ลูกสาวของนาย บรรยิน ตั้งภากรณ์ ซึ่งเธอเคยลงสมัครเป็นสมาชิกผู้แทนราษฎรณ์ โดยเลือกลงสมัครในจังหวัดนครสวรรค์ ที่เขตหนึ่ง แต่ว่าเธอไม่ได้รับการเลือกจากประชาชน ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้นก็พบว่ามี 2 ใน 3 คนที่มีฉี่สีม่วงและหนึ่งในนั้นคือ นางสาว บุษญา ลูกสาวของนายบรรยิน  ตั้งภากรณ์ เอง โดยเธอได้ยอมรับกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเธอเพิ่งเสพยาอีมา เมื่อประมาณสองวันที่แล้ว และภายในรถยนต์ยังพบ ยาเสียสาว อีกจำนวนสองเม็ด ซึ่งมีนาย พรพัฒน์ เป็นคนรับสารภาพว่ายาดังกล่าวเป็นของตัวเอง ซึ่งตอนนี้นางสาวบุษญาและเพื่อนเพื่อนได้ถูกควบคุมตัวไปที่ศาลอาญากรุงเทพใต้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

             แค่เรื่องสามีถูกจับติดคุกเพราะข้อหาจ้างวานฆ่า  ภรรยาของนายบรรยิน ตั้งภากรณ์ ก็คงทุกข์ใจมากพออยู่แล้ว แล้วนี่วันนี้ลูกสาวยังมาถูกจับข้อหาเสพยาอีอีก  แม่จะทุกข์ใจมากแค่ไหน และที่สำคัญเธอคือคนที่เคยลงสมัครเป็น สส. เสียด้วย เธอเคยทีจะพยายามเข้ามาทำหน้าที่แทนประชาชนในรัฐบาล แต่สิ่งที่เธอทำและกำลังเป็นข่าวอยู่ในขณะนี้มันไม่ใช่สิ่งที่คนที่คิดว่าตนเองจะอุทิศตนเพื่อประชาชนสวมควรที่จะทำเลย  เธอมีความสวย หุ่นดี มีความสามารถ และเธอก็มีเงินทอง แต่ทำไมถึงคิดตัดอนาคตของตัวเองด้วยการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ลองคิดดูว่าหากเธอได้รับการคัดเลือกเข้ามาเป็น สส. ในสภาแล้ว

เธอจะมีอำนาจมากกว่านี้ เรื่องยาเสพติดของเธออาจจะเปลี่ยนจากการเสพมาเป็นการขายแทนก็ได้ เพราะเธอมีอำนาจอยู่ในมือของเธอแล้วเธอจะทำอะไรก็ได้ และตำรวจก็จะต้องเกรงกลัว และไม่กล้าจับกุมหรือตรวจค้นรถของเธอ  หากเป็นแบบนั้นจริงจริงอะไรจะเกิดขึ้นกับประเทศไทยของเรา พ่อก็ยังไม่พ้นเรื่องคดีพัวกันเกี่ยวกับการฆ่าคน ลูกยังมายุ่งกับยาเสพติดอีก เมื่อเธอมีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติดแบบนี้แล้วก็อย่าหวังจะเข้ามาสมัครเป็น สส. เข้ามาทำงานในสภาได้อีกเลย เพราะประชาชนคงไม่สามารถเชื่อใจให้คนแบบนี้มาเป็นผู้แทนได้อีกต่อไป 

 

สนับสนุนโดย  Gclub ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ