compiter-light

ข่าว สส. ปรีณา

          ว่าจะไม่พูดถึง สส. ปรีณาคนนี้แล้วเชียว แต่ก็อดใจไม่ได้กับข่าวที่กำลังเป็นประเด็นร้อนแรงอยู่ในขณะนี้ เพราะเรื่องราวของเธอมีภาคต่อเนื่องมากมายเหลือเกิน ล่าสุดพ่อที่พยายามออกมาช่วยเหลือลูกสาว แต่ยิ่งพูดก็ยิ่งทำให้ลูกสาวแย่ลงไปอีก

จากที่มีข่าว นาย วีระ ได้เตรียมเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับฟาร์มไก่ของ สส. ปรีณาว่ามีการบุกรุกเข้าไปครอบครองที่ของป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งเธอได้ออกมาบอกวาฟาร์มของเธอนั้นมีทั้งสิ้น 1700 ไร่ ซึ่งภายหลังที่มีการตรวจสอบเพิ่มปรากฏว่านอกจากบุกลุกที่ป่าสงวนแล้ว ยังมีหลักฐานว่าได้บุกรุกที่ป่าด้วย โดยทาง สส. ปารีณา ยืนยันว่ามีการซื้อที่ดินมาอย่างถูกต้องและมีการเสียภาษีชัดเจน  แต่ทางกรมป่าไม้ก็ยืนยันเช่นกันว่าเป็นความผิด

ซึ่งทาง สส. ปรีณาผิดตั้งแต่แรกที่บุกรุกที่ป่าไม้และป่าสงวนแล้ว ทั้งนี้ หลายหน่วยงานยังออกมายืนยันเรื่องหลักฐานที่ดินที่มีการรุกที่ของป่าไม้และป่าสงวาน ซึ่งพอลูกสาวเจอโจมตีจากหลายฝ่ายบ่อยๆ พ่อของ ส.ส. ปรีณา นาย ทวี ไกรคุปต์  อดีต สส. ราชบุรี  ก็ได้ออกมาชี้แจ้งช่วยลูกสาวอยู่หลายครั้ง แต่ยิ่งพยายามชี้แจงก็ยิ่งหลุดหลักฐานสำคัญในการที่จะสามารถเอาผิด ส.ส. ปรีณาได้เช่น  บอกว่า ฟาร์ม ส.ส. ปรีณามีทั้งหมด 1700 ไร่ก็จริงแต่บุกรุกที่ป่าแค่เพียง  64 ไร่เท่านั้น

ซึ่งตามความจริงแล้ว ต่อให้บุกรุกที่ป่าแค่เพียง  1 ไร่มันก็คือการทำความผิดอยู่ดี และล่าสุดที่ นาย ทวี ไกรคุปต์  อดีต สส. ราชบุรี ออกมาให้สัมภาษณ์กับนักข่าว ก็หลุดปากออกมาด้วยว่า ที่ดินที่ซื้อมานั้น ซื้อมาจากนายทหารนายหนึ่ง นั้นยิ่งทำให้ต้องมาตรวจสอบกันอีกว่า มีการทำความผิดกันเป็นขบวนการใหญ่แค่ไหน

          ยิ่งทำตัวดังมากก็จะยิ่งมีคนมาให้เบาะแสในการทำความผิดมาก ยิ่งทำตัวเด่นในขณะที่คนทั่วประเทศไม่ชอบหน้าด้วยแล้ว ยิ่งมีแต่คนคอยสมน้ำหน้า แต่ก็น่าแปลกที่ทุกวันนี้ ส.ส. ปรีณา มีคดีความเรื่องที่ดินเป็นข่าวครึกโครม เวลามาประชุมที่สภาก็ยังทำตัวกร่างไม่น่ารักเหมือนเดิม แต่ที่ฝ่ายค้านจะนำเรื่องนี้มาโจมตี ส.ส. ปรีณาแต่ทุกคนกลับเงียบไม่มีใครพูดถึง จนทำให้นักวิชาการทั้งหลาย ต่างพากันตั้งประเด็นถามถึงคงเรื่องนี้ออกมาว่า ทำไมถึงไม่มี ส.ส. ท่านไหนออกมาโจมตี ส.ส. ปรีณาเรื่องที่ดินเลย หรือว่าจริงๆแล้วไม่ใช่มีแค่ ส.ส. ปรีณาที่เท่านั้น ที่กำลังบุกรุกที่ป่าและที่ป่าสงวน แต่ ส.ส. ท่านอื่นก็ทำกันด้วย จึงพากันเงียบไม่พูดอะไร เพราะกลัวจะเดือนร้อนมาถึงตัวเอง ก็คงต้องรอดูกันต่อไปว่าที่สุดแล้วจะจับคนทำความผิดได้หรือไม่ 

 

 

สนับสนุนโดย  ทางเข้า Ufabet168

compiter-light

เหตุผลที่จ่าคลั่งเพราะถูกโกง

จากกรณีที่มีเหตุการณ์นายทหารนายหนึ่งเกิดอาการคลั่งใช้ปืนที่ขโมยจากค่ายทหารมาสังหารหมู่พี่น้องประชาชนชาวเมืองโคราช ซึ่งเรื่องได้สิ้นสุดลงตรงที่นายทหารคนดังกล่าวถูกวิสามัญฆาตกรรม และมีประชาชนที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ในครั้งนี้รวมทั้งสิ้น 30 คนและบาดอีก 58 คนด้วยกัน และเมื่อเหตุการณ์ได้ผ่านไปหลายคนจึงได้เข้ามาตั้งข้อสงสัยกันว่าเหตุใดกันนายทหารคนนี้จึงได้ก่อเหตุที่เป็นสิ่งที่เลวร้ายที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อนได้ลงคอ

เขามีเหตุผลอะไรกันแน่ ซึ่งหลายคนที่เป็นคนใกล้ชิดกับทหารคนดังกล่าวได้ออกมาบอกเล่าเรื่องราวที่เป็นหนังคนละม้วนกับที่สามีของผู้เสียชีวิตคนหนึ่งเคยเล่าเอาไว้เลยซึ่งครั้งนี้เขาเล่าว่าเพียงเพราะเงินแค่ ห้าหมื่นบาทคือฉนวนที่ก่อเหตุในครั้งนี้แต่แท้ที่จริงแล้ว เหตุการณ์ที่คนใกล้ชิดทหารคนนี้เล่ามานั้น มาจากทหารคนนี้ที่ชื่อ จักรพันธ์ ไปทำการเซ็นบ้านหลังหนึ่งเอาไว้โดยราคาบ้านจริงจริงนั้นประมาณ 1 ล้านบาทแต่ตอนเซ็นเอกสารการซื้อบ้านเขียนว่าซื้อในราคา หนึ่งล้านห้าแสนบาท ซึ่งเงินจำนวนห้าแสนบาทนี้ เจ้าของบ้านจะต้องคืนกลับมาให้กับนายจักรพันธ์

แต่ทางเจ้าของบ้านกลับไม่ได้ให้เงินกับนายจักรพันธ์โดยเจ้าของบ้านบอกว่าได้ให้นายหน้าของนายจักรพันธ์ไปแล้ว ส่วนนายหน้าของนายจักรพันธ์ก็ไม่ยอมให้เงินนายจักรพันธ์โดยอ้างว่าตอนที่เขาพานายจักรพันธ์ไปเที่ยว เขานำเงินส่วนนี้ของนายจักรพันธ์มาใช้จ่ายหมดแล้ว ซึ่งทางเจ้าของบ้านและนายหน้าต่างก็ไม่มีใครยอมให้เงินกับนายจักรพันธ์และเมือมีการทวงถามบ่อยบ่อยเข้า ทางเจ้าของบ้านที่มีลูกเขยเป็นหัวหน้าของนายจักรพันธ์ก็ขู่ที่จะสั่งขังนายจักรพันธ์และอีกเหตุผลหนึ่งคือ หัวหน้าของนายจักรพันธ์ จะให้มีการให้ลูกน้องเข้าเวรยาม

ซึ่งหากใครที่เข้าเวรยามแล้วจะต้องได้เงินครั้งละ 240 บาทด้วยแต่นายทหารทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวกันเลยว่า ทุกวันนี้การเข้าเวรยามพวกเขาไมได้เงินเลย มีการเรียกตัวให้ไปเซ็นรับเงินแต่ว่าหัวหน้าไม่ยอมให้เงินกลับมา ทุกคนจึงต้องทำงานฟรีแต่ไม่ได้เงินใช้ ซึ่งเป็นแบบนี้มานานแล้ว และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้นายจักรพันธ์รู้สึกไม่พอใจและเกิดอาการคลุ้มคลั่งขึ้นมา จึงได้ทำการสังหารคนทั้งสามคนกอ่น นั่นก็คือคนขายบ้าน  หัวหน้างานของตนเอง และนายหน้า ซึ่งได้เสียชีวิตไปสองคน ส่วนนายหน้านั้นได้ข่าวว่ารอดแต่ก็บาดเจ็บยังต้องพักรักษาตัวอยู่ 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  บาคาร่าออนไลน์ มือถือ

compiter-light

จับหนุ่มแสบลวงสาวรุ่นน้องขืนใจในม่านรูด

    เหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 13 เดือนกุมภาพันธ์ปีพศ. 2563 แต่พึ่งมาจับกุมตัวคนร้ายได้เมื่อวันที่ 1 เมษายนปีพศ 2563 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่หญิงสาวคนหนึ่งได้ถูกรุ่นพี่ซึ่งเป็นผู้ชายลวงไปข่มขืนในม่านรูดในขณะที่มีอาการมึนเมา

    ครั้งนี้พ่อของผู้เสียหายได้เป็นคนพาลูกสาวเข้าแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจังหวัดสมุทรสาครโดยเหตุการณ์เกิดขึ้น เนื่องจากผู้เสียหายคือนางสาวเอได้เดินทางไปร่วมงานเลี้ยงวันเกิดของเพื่อนผู้หญิงซึ่งก็คือนางสาวบีโดยมีผู้ก่อเหตุอยู่ในงานเลี้ยงนั้นด้วยเช่นเดียวกันระหว่างที่มีการจัดงานเลี้ยงกันนั้นนางสาวเอได้ดื่มสุราเข้าไปมากแล้วมีอาการมึนเมาทางคนร้ายจึงได้อาสาที่จะพากลับบ้านโดยให้ซ้อนมอเตอร์ไซค์กลับบ้าน

ซึ่งนางสาวเอก็ได้ซ้อนมอเตอร์ไซค์ของคนร้ายแต่ระหว่างทางนั้นคนร้ายได้พาแวะเข้าโรงแรมม่านรูดและบังคับข่มขืนกระทำชำเราหลังจากนั้นก็ขับรถมอเตอร์ไซค์หนีไปปล่อยให้นางสาวเอทิ้งไว้ในโรงแรมม่านรูดคนเดียวหลังจากนั้นนางสาวเอจึงได้โทรตามพ่อให้มารับกลับและเมื่อพ่อของนางสาวเอทราบว่าลูกสาวถูกข่มขืนจึงได้พาเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจหลังจากนั้นก็มีการติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีแต่ก็ไม่สามารถติดตามได้จนเมื่อวันที่ 1 เมษายนพบว่าคนร้ายอยู่ภายในซอยเพชรเกษม 77เขตกรุงเทพมหานคร  ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เข้าตามจับกุมตัวคนร้ายได้ทำการดำเนินคดีในข้อหาข่มขืนกระทำชำเราหญิงสาวที่อายุยังไม่เกิน 15 ปี

  โดยทางผู้ก่อเหตุได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าไม่ได้ข่มขืนกระทำชำเราเนื่องจากในวันเกิดเหตุนั้นได้มีการชักชวนนางสาวเอไปร่วมหลับนอนเป็นการสมยอมของนางสาวเอแต่ว่าไม่ได้มีการข่มขืนอย่างแน่นอนและถึงแม้ว่าจะเป็นการพร้อมใจเข้าโรงแรมของนางสาวเอแต่นางสาวเอยังอายุไม่ถึง 15 ปีดังนั้นผู้ก่อเหตุจึงถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

    ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ควรจะโทษนางสาวเอด้วยซึ่งความจริงแล้วเราไม่รู้ว่านางสาวเอสมยอมหรือว่าโดนข่มขืนจริงๆแต่การที่มางานเลี้ยงเหล้ากินเหล้าจนเมาไม่สามารถประคองตัวเองจนกลับบ้านได้ทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นก็เป็นความผิดของนางสาวเอโดยตรงที่สำคัญนางสาวเอยังไม่ครบ 15 ปีแต่ผู้ปกครองก็ปล่อยให้มางานเลี้ยงของเพื่อนและไม่เดินทางมารับบุตรหลานของตนเองถึงที่บ้านงานอันนี้ก็เป็นความผิดส่วนหนึ่งของผู้ปกครองของนางสาวเอด้วยเช่นเดียวกันจึงทำให้เกิดปัญหานางสาวเอถูกลวงไปข่มขืนได้ในครั้งนี้  ดังนั้นพ่อแม่ควรดูแลบุตรหลานของตัวเองให้ดี โดยเฉพาะหลานสาว ไม่ควรปล่อยออกนอกบ้านคนเดียวในตอนกลางคืน เพื่อลดความเสี่ยงที่จะถูกข่มขืน

 

ได้รับกาสนับสนุนโดย  ufabet

compiter-light

อดีตพนักงานบริษัทเคอรี่ออกมาแฉเอง

     ก่อนหน้านี้ได้มีแม่ค้าคนนึงออกมาใส่ข้อมูลของบริษัทขนส่งแห่งหนึ่งที่นำสินค้าที่เราแม่ค้าเตรียมจะส่งให้กับลูกค้าไปกองไว้กับพื้นโดยไม่มีการนำไปส่งของให้ตามที่มีการรับเรื่องเอาไว้จนลูกค้าต้องโทรมาโวยวายกับแม่ค้าซึ่งทางแม่ค้าเองก็ได้เดินทางไปที่บริษัทขนส่งดังกล่าวเพื่อเช็คของหนึ่งพบว่าสินค้าไม่ได้ถูกส่งไปให้ลูกค้าแต่ถูกกับประคองทิ้งไว้ที่โกดังของบริษัทขนส่งดังกล่าว

และเมื่อเหตุการณ์นี้ได้มีการแชร์ออกต่อๆกันไปก็มีคนเข้ามาพูดว่าคนส่งดังกล่าวนั้นเป็นของบริษัทเคอรี่ซึ่งรับส่งพัสดุจากแม่ค้าส่งถึงลูกค้าหลายคนจึงได้ออกมาต่อว่ากันทำงานของพนักงานขนส่งของเคอรี่ดังนั้นหลังจากที่มีการต่อว่าออกมามากนักจึงมีอดีตพนักงานที่เคยทำงานกับบริษัทเคอรี่ออกมาเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับเหตุผลว่าทำไมพนักงานของบริษัทเคอรี่จึงมีน้อยและตอนนี้ก็มีการทยอยลาออกกันเป็นจำนวนมาก

โดยเขามีการโพสต์ข้อความลง Facebook ส่วนตัวอธิบายถึงเรื่องราวว่าในตอนนี้บริษัทขนส่งเคอรี่นั้นได้มีการจ้างบริษัทอื่นมาควบคุมการทำงานของพนักงานและบริษัทที่ได้รับจ้างมานี้ก็มีการกดขี่ข่มเหงพนักงานเป็นอย่างมากโดยรถคำนวณโอทีของพนักงานคลังสินค้าลงแต่ให้พนักงานขนส่งสินค้าเพิ่มโอทีแทนซึ่งจากเดิมที่รถขนส่งสินค้าให้กับลูกค้าจะต้องส่งสินค้าวันละ 50-60 กล่อง

แต่ตอนนี้ทางบริษัทมีการเพิ่มจำนวนสินค้าว่ารถขนส่งสินค้าจะต้องมีการส่งสินค้าให้ได้วันละ 100 ถึง 200 กล่องซึ่งมันเป็นไปค่อนข้างยากมากที่จะมีการส่งของได้เยอะมากขนาดนั้นแถมค่าคอมมิชชั่นก็ยังให้น้อยโดยทุกคนจะได้ไม่เกิน 1,000 บาทในขนาดที่หากเทียบกับบริษัทอื่นแล้วค่าคอมมิชชั่นของบริษัทอื่นได้มากกว่าเงินเดือนของพนักงานเคอรี่เลยด้วยซ้ำดังนั้นหลายคนจึงมองว่าทำงานหนักมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า

และยังต้องเสี่ยงที่จะต้องติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่ทางผู้บริหารกลับไม่เห็นใจปรับลดเงินเดือนพนักงานลง  แถมยังใช้ให้ทำงานหนักมากขึ้นอีกด้วยดังนั้นหลายคนจึงทยอยลาออกกันเป็นจำนวนมากที่สำคัญพนักงานที่สมัครงานเข้ามาใหม่ก็ไม่ยอมบรรจุให้สักทีโดยมีอ้างเลื่อนไปเป็น 6 เดือนบรรจุพอ 6 เดือนก็เลื่อนไปเป็นสิบเป็นจุดทำให้หลายคนรู้สึกไม่พอใจกับการบริหารงานของบริษัทจึงพากันลาออกเพราะหากไม่บรรจุเป็นพนักงานประจำสวัสดิการต่างๆก็จะไม่ได้รับรวมถึงค่าแรงก็จะได้แค่เพียงวันละ 330 บาทเท่านั้นซึ่งไม่คุ้มกับงานที่กำลังมีมากมายอยู่ในขณะนี้

       นี่เป็นเสียงสะท้อนของพนักงานที่ทำงานให้กับบริษัท kerry และอธิบายถึงเหตุผลว่าทำไมหลายคนจึงต้องพากันลาออกหากเทียบกับบริษัทขนส่งอื่นๆที่พนักงานของเขาจะได้รับเงินเดือนที่มากกว่าด้วยของที่เคอรี่นี้มีคนให้ข้อมูลว่าทั้งทำงานและทำโอทีแล้วเงินก็ยังได้เดือนละไม่เกิน12,000 บาทเลยซึ่งถือว่าน้อยมากเทียบกับที่อื่น

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เว็บพนันบอลฝากขั้นต่ำ 100