Month: มีนาคม 2022

สร้างหนทางปลดปล่อยจิตใจให้เป็นอิสระ

สร้างหนทางปลดปล่อยจิตใจ แบบของตัวเองผมเองก็กำลังคันหาวิธีใช้ชีวิตอย่างอิสระ และเชื่อว่ายังมีคนอีกมากมายที่ต้องการเป็นอิสระเช่นกัน ความเป็นอิสระในที่นี้คือ”อิสระทางกาย” และ “อิสระทางใจ”ครับอิสระทางกาย หมายถึง “การเลือกสิ่งหนึ่งจากตัวเลือกจำนวนมาก” ตัวอย่างเช่น การเลือกที่อยู่ ต้องมีธรรมชาติล้อมรอบ เดินทางสะดวก หรือแม้แต่การใช้ชีวิตในต่างประเทศก็ต้องได้อาศัยในสถานที่สะดวกและตรงกับความชอบของเรา เวลาซื้อของก็จะไม่ตัดใจเพียงเพราะว่าราคาแพง

หรือหากตัดสินใจเลือกไม่ได้ก็ซื้อทั้งสองชิ้นเลยการเลือกสถานที่ทำงานต้องเป็นสถานที่ที่ดึงศักยภาพในการทำงานของเราออกมาได้ดีที่สุด เวลาเลือกบริษัทคู่ค้าหรือเลือกเพื่อนก็เลือกคนที่เข้ากันได้ดี อยู่ด้วยแล้วสบายใจ หรือเวลาจัดตารางการทำงานก็เลือกจัดการงานในหนึ่งวันตามที่ตัวเองสะดวกวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้ทำสิ่งเหล่านี้ได้คือ เราต้องมีเงิน

เมื่อมีเงิน เราย่อมเช่าห้องราคาแพงและซื้อของที่ต้องการได้ หากเปลี่ยนงานแล้วเงินเดือนน้อยลงหรือต้องว่างงานไปสักระยะหนึ่งก็ยังอยู่ได้ไม่จำเป็นต้องคบกับคนที่เข้ากันไม่ได้ และยังใช้ชีวิตได้อย่างมีอิสระเหมือนเดิม

ดังนั้น วิธีหนึ่งที่จะช่วยให้เราใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ คือ การทุ่มเทหาเงินให้ได้มาก ๆ นี่จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ก่อนหน้านี้ผมเขียนหนังสือเกี่ยวกับ การเงินออกมาหลายเล่มแต่ยังมีสิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ช่วยให้เราใช้ชีวิตได้อย่างมีอิสระ

สิ่งนั้นคือ”อิสระทางใจ” หมายถึง “การไม่ปล่อยให้ผู้อื่นมีอิทธิพลหรือควบคุมความรู้สึกของตัวเอง” เราต้องใช้ชีวิตได้อย่างสบายใจ ไม่ปล่อยให้ความรู้สึกโอนเอนไปมาจนเกิดอารมณ์โกรธ กังวล เศร้า หรือสับสน เพราะตัวตน คำพูด หรือ การกระทำของคนอื่น พูดง่ายๆคือ “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ยังอารมณ์ดีได้”

การจะทำเช่นนี้ได้เราต้องมีจิตใจและความคิดที่”มองทุกเรื่องทุกสถานการณ์ในแง่บวกได้” หรือเปลี่ยนตัวเองให้เกิดความคิดเช่นนั้นได้หากคิดได้ว่า “คนอื่นจะทำอะไรหรือคิดยังไงก็ช่าง” หรือ “ตัวเราก็คือตัวเรา” เราก็จะไม่โมโหหรือหงุดหงิดขณะที่คนส่วนใหญ่มองว่าเป็น”เรื่องที่น่เจ็บปวด” หากเรามองเห็นเป็นเพียง”เรื่องเล็กน้อย” ก็จะไม่กังวลหรือเหนื่อยล้าจนเกินเหตุเป้าหมายของหนังสือเล่มนี้ก็คือการสร้างสภาพจิตใจและความคิด เช่นนี้นั่นเอง

 

สนับสนุนโดย.    ufabet ฝาก-ถอน เอง

วิวาห์ล่ม หลังฝ่ายเจ้าบ่าวขอเพิ่มสินสอดในขณะที่กำลังมีการจัดงานแต่งงาน

       เจ้าบ่าวขอเพิ่มสินสอด  โดยปกติแล้วการจัดงานแต่งงานนั้นฝ่ายที่มีการเรียกสินสอดก็มักจะเป็นฝ่ายเจ้าสาวซึ่งฝ่ายเจ้าบ่าวก็ต้องมีการเตรียมสินสอดทองหมั้นมาให้ทางฝ่ายเจ้าสาวในวันแต่งงาน  อย่างไรก็ตามมีประเทศอีกประเทศหนึ่งในโลกที่มีความแตกต่างจากประเทศอื่นๆเพราะในการแต่งงานนั้นประเทศนี้จะให้ฝ่ายที่เป็นผู้หญิงเป็นคนเตรียมสินสอดทองหมั้นเพื่อไปขอผู้ชายซึ่งประเทศดังกล่าวนั้นก็คือประเทศอินเดียนั้นเอง

      และเว็บไซต์ต่างประเทศก็มีการโพสต์เรื่องราวโดยมีการระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นในประเทศอินเดียเป็นเรื่องราวที่มีการแชร์กันมากในโลกโซเชียลของอินเดียโดยเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพิธีจัดการแต่งงานของคู่บ่าวสาวคู่หนึ่งซึ่งมีการจัดพิธีกรรมในวันที่ 12 เดือนธันวาคม ปีพ.ศ. 2564  

          สิ่งที่ทำให้งานแต่งงานในครั้งนี้โด่งดังไปทั่วทั้งประเทศและโด่งดังออกมาถึงนอกประเทศนั้นก็เพราะว่าในระหว่างที่มีการจัดเตรียมงานแต่งงานและพิธีกำลังจะเริ่มอยู่นั้นปรากฏว่าทางด้านเจ้าบ่าวและพ่อของเจ้าบ่าวได้มีการเรียกร้องให้ฝ่ายทางด้านเจ้าสาวและครอบครัวจงสร้างสาวนั้นได้มีการเพิ่มเงินค่าสินสอดทองหมั้นให้มากขึ้นกว่าเดิมทำให้ครอบครัวของฝ่ายเจ้าสาวนั้นรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมากเพราะมีการตกลงไว้ก่อนหน้านั้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

         แต่ทางฝ่ายเจ้าบ่าวจะมาขอเพิ่มในวันที่มีการจัดพิธีงานแต่งงานและขอเพิ่มก่อนที่จะเริ่มพิธีเพียงอีกไม่กี่นาทีเท่านั้นทำให้เกิดการทะเลาะวิวาทกันเกิดขึ้นภายในงานแต่งงานเพราะทางฝ่ายเจ้าสาวเองก็ไม่พอใจจึงได้มีการลงไม้ลงมือทำร้ายพ่อเจ้าบ่าวและตัวเจ้าบ่าวเองสถานการณ์จึงบานปลายวุ่นวายจนในที่สุดงานแต่งงานที่คิดว่าจะสวยหรูและประสบความสำเร็จก็ล่มไม่เป็นท่าการจัดงานแต่งงานในครั้งนั้นจึงสิ้นสุดลงโดยที่พิธียังไม่ทันเริ่มด้วยซ้ำไป   

           ยังไงก็ตามตามรายงานข่าวได้มีการระบุว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นในขณะที่ทั้งสองครอบครัวกำลังรับประทานอาหารร่วมกัน  สมัคร gclub royal1688 ในช่วงเวลาเย็นซึ่งยังอยู่ในช่วงของพิธีกรรมในการจัดงานแต่งงานอยู่ๆทางด้านเจ้าบ่าวและพ่อของเจ้าบ่าวนั้นก็ได้มีการพูดถึงเรื่องสินสอดขึ้นมาโดยมีการขอเพิ่มมูลค่าของสินสอดมาเป็น 4.4 แสนบาทซึ่งก่อนหน้านั้นได้มีการตกลงกันไปอยู่ที่ 1.3 แสนบาทนั่นเอง

            อย่างไรก็ตามเมื่อถูกครอบครัวของฝ่ายเจ้าสาวปฏิเสธครอบครัวของฝ่ายเจ้าบ่าวก็ปฏิเสธที่จะมีการจัดงานแต่งงานต่อไปเช่นเดียวกันโดยมีการข่มขู่ทางฝ่ายของเจ้าสาวว่าจะมีการยกเลิกการจัดงานแต่งงานทันที  

          อย่างไรก็ตามมีการรายงานเพิ่มเติมด้วยว่าจากการตรวจสอบข้อมูลพบว่าทางด้านครอบครัวของเจ้าบ่าวหรือเจ้าบ่าวรายนี้นั้นพบว่ามีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องของการจัดการแต่งงานอยู่บ่อยครั้งและมักจะปฏิเสธครอบครัวของฝ่ายหญิงในระหว่างที่มีการแต่งงานซึ่งหลายคนมองว่าครอบครัวนี้น่าจะต้องการที่จะจัดการแต่งงานขึ้นมาเพื่อทำการเรียกร้องเงินทองมากกว่าต้องการจัดงานแต่งงานเพราะความรักนั่นเอง 

กระแสตีกลับน้าเน็ก หลัง ไลฟ์ ขอโทษทิดไพรวัลย์ 

      หากใครได้ติดตามข่าวสาร Social Media ช่วงนี้จะเห็นได้ว่าข่าวที่กำลังร้อนแรงมากอยู่ในขณะนี้ก็คือการที่เป็นข่าวของ ทิดไพรวัลย์  ได้มีการผิดใจกับน้าเน็กในระหว่างที่กำลังทำรายการนินทาประเทศไทย  กระแสตีกลับน้าเน็ก ซึ่งในคลิปล่าสุดที่ ทิดไพรวัลย์  ได้ทำรายการนี้  ทิพวรรณได้มีการประกาศลาออกจากรายการนินทาประเทศไทยกลางรายการทำให้น้าเน็ก และพิธีกรคนอื่นนั้นพากันตกใจเพราะไม่รู้เรื่องราวมาก่อนว่า ทิดไพรวัลย์  จะลาออก 

       โดยเหตุการณ์ที่ทำให้ทิดไพรวัลย์  ตัดสินใจประกาศลาออกกลางรายการและลูกออกจากการจัดรายการสดทันทีนั่นก็เพราะว่าในขณะที่มีการพูดคุยกันอยู่นั้นปรากฏว่านะเล็กซึ่งเป็นหนึ่งในพิธีกรได้มีการนำข้อความที่ทางลูกเพจได้มีการส่งข้อความเข้ามาอ่านและมีการพูดถึงทิดไพรวัลย์  ส่งข้อความแต่ละข้อความนั้นเป็นคำด่าทิดไพรวัลย์ ทั้งหมด โดยมี 2พิธีกร คอยส่งเสริมคำพูดของน้าเน็ก 

             ส่งผลทำให้ในตอนแรกทิดไพรวัลย์  ที่มีใบหน้ายิ้มแย้มอยู่ๆก็ออกมาประกาศว่าจะขอยุติการจัดรายการและให้มีผลทันทีหลังจากนั้นก็เดินออกจากห้องส่งจัดรายการทันทีและทำให้พฤติกรรมทั้ง 3 คนต่างก็พากันตกใจและผู้ประกาศออกไมค์ว่าพวกเขาไม่รู้เรื่องมาก่อนเลยว่าทิดไพรวัลย์  จะลาออกจากงานกลางคันแบบนี้ หลังจากนั้นก็มีการพูดถึงทิดไพรวัลย์ ไปในทางที่ไม่ค่อยดี

         อย่างไรก็ตามหลังจากที่รายการนินทาประเทศไทยจบลงทางด้านทิดไพรวัลย์ ก็ออกมาให้สัมภาษณ์นักข่าวว่าอันที่จริงแล้วสิ่งที่น้าเน็กกับพิธีกรคนอื่นๆนั้นพูดไม่เป็นความจริงทั้งหมดเพราะอันที่จริงแล้วทิดไพรวัลย์ ได้มีการบอกพิธีกรทุกคนก่อนหน้าที่จะมีการจัดรายการในวันดังกล่าวและว่าจะขอยุติการเป็นพิธีกรรายการนินทาประเทศไทย

          ที่สำคัญที่ตัดสินใจลุกออกมาจากรายการกลางคันนั่นก็เพราะว่าข้อความที่ส่งมานั้นเป็นข้อความที่ด่าตนเองทั้งสิ้นและพิธีกรก็เอานำมาพูดกลางรายการซึ่งตัวทิดไพรวัลย์ ไม่อยากที่จะนั่งฟังคนอื่นด่าตนเองจึงได้ตัดสินใจลุกออกมาและเพื่อที่จะได้ให้รายการนั้นดำเนินไปได้ตามปกติเพราะการที่มานั่งนินทาทิดไพรวัลย์  มันผิดวัตถุประสงค์กับรายการที่ชื่อช่องว่านินทาประเทศไทย

         อย่างไรก็ตามหลังจากที่ทิดไพรวัลย์  ได้ออกมาพูดแบบนี้ทางด้านนั้นเองก็ออกมาชี้แจงกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นเช่นเดียวกันแต่คำชี้แจงของน้าเน็กนั้นกลายเป็นว่ากระแสตีกลับน้าเน็กอย่างต่อเนื่องจนเหนื่อยต้องมาไลฟ์สดขอโทษทิดไพรวัลย์  อีกครั้งแต่การขอโทษนั้นก็ยังมีการจิกกัดพาดพิงไปถึงทิดไพรวัลย์  ซึ่งชาวโซเชียลมองว่าเป็นการขอโทษที่ไม่จริงใจดังนั้นกระแสจึงตีกลับนะเล็กอีกครั้งหนึ่งนั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย.      ufabet เว็บแม่

แม่ลูกอ่อนชัยภูมิ ระบายทั้งน้ำตา ผ่าคลอดปวดแผล แต่กลับไปพักผ่อนไม่ได้เพราะติดขบวนนายก 

         แม่ลูกอ่อนชัยภูมิ ระบายทั้งน้ำตา เมื่อวันที่ 29 เดือนกันยายน ปี พ.ศ. 2564  นายกรัฐมนตรีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา พร้อมกับคณะรัฐมนตรีได้เดินทางไปที่จังหวัดชัยภูมิ เพื่อลงพื้นที่ไปเยี่ยมชาวบ้านที่กำลังพบกับปัญหาน้ำท่วม

ปรากฏว่าตลอดเส้นทางการเดินเพื่อเยี่ยมเยียนชาวบ้านนั้นมีทั้งชาวบ้านที่ออกมาต้อนรับ และในขณะเดียวกันก็มีชาวบ้านบางกลุ่มที่ไม่พอใจ และด่าทอนายกด้วยถ้อยคำหยาบคาย  จนเกิดเป็นกระแสดราม่าให้พุดถึงกันมากในโลกออนไลน์ 

     นอกจากนี้ใน Application TikTok ได้มีหญิงสาวคนหนึ่งโพสต์คลิป โดยระบุว่าเป็นคลิปที่ถ่ายขึ้นในจังหวัดชัยภูมิ ในช่วงที่นายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธิ์เดินทางไปเยี่ยมชาวบ้าน  ซึ่งในคลิปจะเห็นว่า มีหญิงสาวคนหนึ่งนั่งอยู่ในเรือยางสีฟ้า และเธอกำลังอุ้มทารก รอบรอบเรือยางมีคนอยู่ประมาณ 3-4 คนกำลังช่วยกันดันเรือยางให้เคลื่อนไปข้างหน้า ในขณะเดียวกันหญิงสาวคนที่อุ้มทารกก็ร้องไห้ พร้อมกับระบายด้วยความอัดอั้นตันใจ โดยเธอระบุว่า เธอเพิ่งผ่าคลอดและหมอให้ออกจากโรงพยาบาล ซึ่งเธอเพิ่งผ่าได้เพียงแค่ 3 วันเท่านั้นแผลของเธอยังไม่หาย และเธอเจ็บท้องมาก 

         แต่ระหว่างที่ออกมาจากโรงพยาบาลเพื่อนั่งเรือกลับบ้านนั่น เธอต้องเดินออกมาเอง เพราะไม่สามารถนั่งรถเข็ญออกมาตรงบริเวณที่จอดเรือได้ อย่างไรก็ตามเธอต้องเจอกับปัญหาเมื่อมาถึงหน้าโรงพยาบาลระหว่างรอข้ามถนนไปอีกฝากเพื่อไปนั่งเรือปรากฎว่า รปภ. ของโรงพยาบาลไม่ให้เธอและคนอื่นอื่นข้าม

แต่ให้ฝั่งตรงข้ามเดินข้ามมาในโรงพยาบาลได้ โดยให้เหตุผลว่า ขบวนของนายกประยุทธ์กำลังจะมาถึงให้รอต้อนรับ ทำให้เธอไม่พอใจมาก เพราะเธอต้องยืนนาน และเธอปวดแผลที่ผ่าคลอดมาก และแดดก็ร้อนมากเช่นกัน

        ที่สำคัญเธออุ้มทารกอยู่ในมือ เธอกลัวลูกของเธอจะไม่สบาย เพราะจากในคลิปจะเห็นว่ามีคนมายืนรวมกันเยอะมาก ไม่มีเว้นระยะห่างซึ่งเสี่ยงสูงมากต่อการติดโควิด-19  อย่างไรก็ตามในคลิปหญิงสาวเล่าเรื่องราวไปและร้องไห้ไป พร้อมกันนี้เธอก็ฝากถึงนายก ว่าจะเดินทางมาเยี่ยมชาวบ้านทำให้ชาวบ้านเดือดรอ้นทำไม เพราะถึงแม้ว่านายกจะมาถึงชัยภูมิแต่ก็ไม่สามารถช่วยเหลือชาวบ้านได้ กลับยิ่งสร้างปัญหาให้กับชาวบ้านต้องมายืนรอรับ 

           นอกจากนี้เธอยังด่าไปยังโรงพยาบาลและเจ้าหน้าที่ รปภ. ที่ต้องการเอาหน้าให้นายกเห็นด้วยการกักตัวคนไข้ ไม่ให้ออกจากโรงพยาบาล เพราะจะให้คนไข้รอต้อนรับนายก ทั้งที่คนไข้ ไม่สบายและบางคนก็มีธุระ ซึ่งหลังจากคลิปนี้เผยแพร่ออกไป ก็มีคนเข้าไปปลอบใจหญิงสาวคนดังกล่าวกันมาก และอวยพรให้แข็งแรงเร็วๆ 

 

สนับสนุนโดย.    ufabet